เลขาธิการ ก.ค.ศ.ตั้ง 2 คณะขับเคลื่อน คาดแล้วเสร็จได้ใช้ปีศึกษา 63

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ เนื่องจากต้องการให้ข้าราชการครูมีสวัสดิการ และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่

ซึ่งการประเมินจะต้องสอดคล้องกับตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ ไม่เน้นเรื่องการทำเอกสารนั้น ขณะนี้ ก.ค.ศ.ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จำนวน 2 ชุด ชุดแรก จะศึกษาวิเคราะห์ วิจัยรูปแบบและวิธีการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะที่ผ่านมาเป็นมาอย่างไร และศึกษาแนวทางและวิธีการดำเนินการในต่างประเทศ เพื่อหาข้อดีและข้อเสียมาทำเป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ และจะมีการวิจัยติดตามผลการใช้หลักเกณฑ์ใหม่ด้วย ส่วนชุดที่สองจะยกร่างหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่คู่ขนานกันไป โดยยึดหลักการเรื่องการลดการทำเอกสาร ให้ครูได้อยู่กับเด็ก เน้นผลสัมฤทธิ์จากผู้เรียนเป็นแนวทางในการยกร่าง

“ก.ค.ศ.พยายามที่จะปรับให้การประเมินทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดภาระในการเตรียมการแก่ครู เช่น ประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนก็เตรียมข้อมูลอย่างหนึ่ง ประเมินวิทยฐานะก็เตรียมข้อมูลอย่างหนึ่ง เป็นต้น เราจะออกแบบการประเมินให้สามารถนำไปใช้กับการประเมินต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยจะประเมินจากหน้าที่และความรับผิดชอบของครูที่ส่งผลต่อเด็กโดยตรง เริ่มตั้งแต่กระบวนการใช้หลักสูตรในการจัดการเรียนการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน พฤติกรรมผู้เรียนที่เกิด และอื่นๆ ซึ่งในอนาคต ก.ค.ศ.เห็นว่าครูควรที่จะนำผลประเมินตรงนี้ใช้ในการประเมินเรื่องต่างๆได้” เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว

 

นายอัมพรกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนได้กำหนดกรอบให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 และตนมองว่าหากเราดำเนินการเรื่องนี้ได้สำเร็จ การทำงานของครูและการประเมินจะเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ครูมุ่งมั่นในเรื่องการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก รวมถึงยังแก้ปัญหาครูทิ้งห้องเรียนเพื่อทำเอกสาร หรือแม้แต่การจ้างทำผลงาน เพราะผลทุกอย่างจะปรากฏอยู่ที่ตัวผู้เรียนว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างไร ซึ่งตนเชื่อว่าการประเมินลักษณะนี้จะตัดปัญหาเรื่องการจ้างทำผลงานได้อย่างแน่นอน.