หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 83,704 รายและเสียชีวิต 2,859 ราย ในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวม 41 ราย อยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก (ข้อมูลอัพเดทจาก WHO ณ วันที่ 28 ก.พ. 63) หากมีการประกาศยกระดับเป็นเฟส 3

หรือเข้าสู่ระยะที่ 3 ของการระบาด ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในประเทศขณะนี้ยังไม่ถึงกับเฟส 3 แต่ก็ต้องเตรียมการไว้ก่อนเพราะเกรงว่าจะเหมือนประเทศเกาหลีใต้ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาคนติดเชื้อแต่ไม่ยอมเข้ารักษาตัว ทำให้เชื้อแพร่ระบาดไปรวดเร็ว ซึ่งทางรัฐบาลไทย ได้ประกาศให้โรคโควิด-19 เป็น “โรคติดต่อร้ายแรง” ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยังอยู่ในการระบาดระดับที่ 2 เท่านั้น เพื่อเพิ่มมาตรการให้ประชาชนไม่สามารถปฏิเสธการตรวจหรือการรักษาได้ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานง่ายขึ้น โดยประกาศให้ไวรัสโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 อีกทั้งยังมีการประกาศกลุ่มประเทศเสี่ยงให้เลี่ยงเดินทางไปทั้งหมด 9 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่าน โดยยังสามารถไปกลุ่มประเทศดังกล่าวได้หากจำเป็น และหากไม่มีเหตุด่วนขอให้เลื่อนเดินทางไปยังกลุ่มประเทศดังกล่าวก่อน

อย่างไรก็ตาม คำถามที่สำคัญก็คือ หากมีการประกาศเป็นระดับ 3 เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ อาจจะทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ระดับ 3 คืออะไร? แนวทางในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคจริงๆ แล้วมีทั้งหมดกี่ระดับ และการที่มีการประกาศเป็นระดับ 3 จะต้องป้องกันตัวเองอย่างไร ?

สำหรับการแบ่งระดับความรุนแรงนั้นแบ่งตามระดับความรุนแรงของการแพร่กระจาย ซึ่งในแต่ละขั้นจะมีการระบุความรุนแรง วงการของการแพร่กระจ่ายเชื้อ โดยจะแบ่งเป็น 3 ช่วง 6 ระดับคือ

ระยะที่ 1 Interpandemic period

  • เฟสที่ 1 เป็นระดับที่ยังไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ มีการพบการติดเชื้อในสัตว์ และมีการติดเชื้อจากสัตว์สู่คนในระดับต่ำ

  • เฟสที่ 2 เป็นระดับที่ยังไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ แต่มีความเสี่ยงสูงขึ้นที่เชื้อจะแพร่กระจายจากสัตว์สู่คนได้สูงกว่าเฟส 1 

ระยะที่ 2 Pandemic alert period

  • เฟสที่ 3 เป็นระดับที่เกิดการติดเชื้อในคน และพบการติดเชื้อจากคนสู่คนจากการสัมผัสแบบใกล้ชิด 

  • เฟสที่ 4 เป็นระดับที่มีการติดเชื้อจากคนสู่คนแต่มีการระบาดในวงจำกัด เชื้อไวรัสยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับร่างกายคนได้ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก จึงทำให้ไม่เกิดการแพร่กระจายในวงกว้าง

  • เฟสที่ 5 เป็นระดับที่มีการติดเชื้อจากคนสู่คน และมีการแพร่ระบาดในวงกว้างขึ้นแต่ก็ยังอยู่ในวงที่จำกัด เนื่องจากไวรัสปรับตัวให้เข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น

ระยะ 3 Andemic period

  • เฟสที่ 6 เป็นระดับที่มีการติดเชื้อในคนสู่คนมากขึ้นและรุนแรง เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการปรับตัวมากขึ้นจนเกิดการระบาดใหญ่

    โดยการที่ประเทศไทยจ่อเข้าสู่ระดับ 3 เป็นการติดเชื้อในคนสู่คนจากการสัมผัสแบบใกล้ชิด เราจึงควรมีการป้องกันตัวเองดังนี้

  1. สวมหน้ากากอนามันตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ และสวมใส่ให้ถูกวิธี ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

  2. พกเจลล้างมือ ล้างมือบ่อยๆ หลังจากที่มีการสัมผัสพื้นที่ผิวที่ไม่สะอาดซึ่งอาจจะมีเชื้อโรคเกาะอยู่ หลีกเลี่ยงการนำมือมาจับหน้า

  3. กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือก่อนทานอาหารเสมอ

  4. ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่ไอ จาม และหากจำเป็นต้องเข้าใกล้ผู้ป่วยต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง

  5. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และมีมลภาวะเป็นพิษ รวมถึงพื้นที่ที่อากาศปิดเป็นระยะเวลานาน

นอกจากนี้ ยังมีวิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันง่ายๆ เพื่อต้านไวรัสได้อีกด้วย คือ 

  1.  ออกกำลังกายทุกวัน
  2.  ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ
  3.  นอนหลับให้พอ
  4.  เลิกสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ 
  5.  กินวิตามินซี
  6.  ออกไปรับแสงแดดบ้า
  7.  อย่าละเลยธาตุสังกะสี
  8.  ทำจิตใจให้ผ่องใส่ ลดความเครียด

ทีมา : มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ dailygizmo


ผู้อำนวยการโรงเรียน

FanFage TNW

ScTNW

EPTNW

ภาพกิจกรรมปี 2562

สถิติเยี่ยมชมเว็บ

00415497
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
8134
12322
20456
315826
67124
348373
415497

Your IP: 3.235.66.217
2020-04-06 17:02